อย่าปล่อยให้ “ข้อบังคับบริษัท” เป็นแค่กระดาษ: วิธีร่างข้อบังคับแบบปิดความเสี่ยงธุรกิจ

หลายบริษัทมักใช้ “ข้อบังคับมาตรฐาน” ที่จดทะเบียนตามแบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งแม้จะถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาจไม่เพียงพอที่จะ “ปกป้อง” ผลประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจเมื่อเกิดความขัดแย้งหรือวิกฤต

การร่างข้อบังคับบริษัท (Articles of Association) ให้รัดกุม คือการวางกติกาเพื่อป้องกัน “หลุมพราง” ทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และนี่คือ 4 จุดยุทธศาสตร์ที่คุณควรระบุไว้ในข้อบังคับเพื่อปิดความเสี่ยงครับ

1. กำหนดอำนาจกรรมการให้ชัดเจน (Board Authority)

ความเสี่ยงที่พบบ่อยคือ กรรมการทำรายการนอกเหนือความตั้งใจของหุ้นส่วน หรือทำรายการที่ทับซ้อนกับประโยชน์ส่วนตัว

  • วิธีปิดความเสี่ยง: ร่างข้อบังคับระบุขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน เช่น รายการที่มีมูลค่าเกินเท่าใดต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือข้อกำหนดเรื่องการห้ามกรรมการประกอบธุรกิจแข่งกับบริษัทโดยเด็ดขาด

2. การโอนหุ้นและสิทธิการซื้อก่อน (Right of First Refusal)

ป้องกันปัญหา “คนนอก” หรือ “คู่แข่ง” เข้ามาเป็นหุ้นส่วนโดยที่เราไม่ต้องการ

  • วิธีปิดความเสี่ยง: ระบุในข้อบังคับว่า “หากผู้ถือหุ้นคนใดต้องการขายหุ้น จะต้องเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนตามสัดส่วน” เพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจภายในบริษัทให้มั่นคง

3. กลไกการแก้ปัญหาคอขวด (Deadlock Resolution)

ในบริษัทที่มีหุ้น 50:50 บ่อยครั้งที่ความเห็นไม่ตรงกันจนธุรกิจเดินต่อไม่ได้

  • วิธีปิดความเสี่ยง: ร่างข้อบังคับกำหนดทางออกล่วงหน้า เช่น การใช้เสียงข้างมากที่เด็ดขาดในบางเรื่อง (Supermajority Vote) หรือการกำหนดบุคคลที่สามที่เป็นกลางเข้ามาช่วยตัดสินใจ เพื่อไม่ให้บริษัทต้องหยุดชะงัก

4. การจัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting)

แม้กฎหมายปัจจุบันจะรองรับแล้ว แต่การระบุไว้ในข้อบังคับให้ชัดเจนจะช่วยลดข้อโต้แย้งเรื่องความสมบูรณ์ของการประชุม

  • วิธีปิดความเสี่ยง: กำหนดวิธีการเรียกประชุม การส่งหนังสือเชิญทางอีเมล และองค์ประชุมสำหรับการประชุมออนไลน์ให้สอดคล้องกับพรก. ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการอ้างว่ามติที่ประชุมเป็นโมฆะ

ทำไมต้องใส่ใจตั้งแต่วันแรก?

การแก้ไขข้อบังคับภายหลังเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เพราะต้องใช้มติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น การวางรากฐานที่รัดกุมตั้งแต่วันจดทะเบียนบริษัท จึงเปรียบเสมือนการทำประกันภัยให้กับโครงสร้างธุรกิจของคุณ

บทสรุป: ข้อบังคับบริษัทที่ดีไม่ใช่ข้อบังคับที่สั้นที่สุด แต่คือข้อบังคับที่มองเห็นปัญหาในอนาคตได้ล่วงหน้าและมีทางออกเตรียมไว้ให้คุณเสมอ