
การชนะคดีในศาลเป็นเพียง “ชัยชนะบนกระดาษ” ตราบใดที่ลูกหนี้ยังไม่จ่ายเงินคืน หน้าที่สำคัญที่ผู้เสียหายต้องทำต่อคือการบังคับคดี ซึ่งมักจะมีคำศัพท์ที่ชวนสับสนอย่าง สืบทรัพย์-ยึด-อายัด วันนี้เราจะมาสรุปขั้นตอนให้เข้าใจง่ายว่าคุณต้องเริ่มตรงไหน
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบ “คำบังคับ” และ “หมายบังคับคดี”
เมื่อศาลตัดสินแล้ว จะมี คำบังคับ ออกมาเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนด (มักจะเป็น 15-30 วัน) หากลูกหนี้ยังเฉยชา คุณต้องขอให้ศาลออก หมายบังคับคดี เพื่อแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เข้ามาจัดการ ซึ่งคุณมีเวลาในการตามสืบและบังคับทรัพย์ภายใน 10 ปี ครับ
ขั้นที่ 2: การสืบทรัพย์ (ตามหาขุมทรัพย์ของลูกหนี้)
ขั้นตอนนี้ทนายความหรือผู้เสียหายต้อง “หาเบาะแส” เองว่าลูกหนี้ซุกซ่อนทรัพย์สินไว้ที่ไหนบ้าง โดยทรัพย์สินที่สามารถนำมาชดใช้หนี้ได้ ได้แก่:
- อสังหาริมทรัพย์: บ้าน, ที่ดิน, ห้องชุด (แม้จะติดจำนองธนาคารอยู่ก็ยึดได้)
- สังหาริมทรัพย์: รถยนต์, รถจักรยานยนต์, เครื่องจักร หรือของสะสมมีค่า
- สิทธิเรียกร้อง: เงินในบัญชีธนาคาร, เงินเดือน (กรณีเป็นพนักงานบริษัท), เงินปันผล หรือหุ้น
ขั้นที่ 3: เลือกใช้เครื่องมือ “ยึด” หรือ “อายัด”
เมื่อเจอทรัพย์แล้ว เราต้องแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการ ซึ่งมีความแตกต่างกันตามประเภททรัพย์ดังนี้ครับ:
การยึด: สำหรับทรัพย์สินที่จับต้องได้ ใช้กับทรัพย์ประเภท ที่ดิน บ้าน หรือรถยนต์ เจ้าพนักงานจะทำการยึดทรัพย์นั้นไว้เพื่อนำไป “ขายทอดตลาด” (นำไปประมูลขาย) เมื่อขายได้เงินมาเท่าไหร่ ก็นำเงินนั้นมาหักใช้หนี้ให้แก่เราครับ
การอายัด: สำหรับทรัพย์ที่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้อง ใช้กับทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน เช่น เงินในบัญชีธนาคาร หรือเงินเดือน โดยเจ้าพนักงานจะส่งหนังสือไปยัง “บุคคลภายนอก” (เช่น ธนาคาร หรือ นายจ้างของลูกหนี้) เพื่อสั่งให้ส่งเงินจำนวนนั้นมายังกรมบังคับคดี แทนที่จะจ่ายให้ลูกหนี้โดยตรง
ขั้นที่ 4: การนำเงินมาชำระหนี้
หลังจากยึดทรัพย์มาประมูลขายได้ หรืออายัดเงินมาได้แล้ว กรมบังคับคดีจะรวบรวมเงินเหล่านั้นเพื่อทำบัญชีจ่ายคืนให้แก่เจ้าหนี้ตามสัดส่วนหนี้ที่ชนะคดีมานั่นเอง
💡 ข้อควรจำสำหรับผู้เสียหาย
- ความไวเป็นเรื่องสำคัญ: หากลูกหนี้รู้ตัว มักจะรีบโอนทรัพย์สินหนี ซึ่งถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าเขาเจตนาโอนหนี้เพื่อหลบเลี่ยงการใช้หนี้ เราสามารถฟ้องอาญาในข้อหา “โกงเจ้าหนี้” ได้อีกคดี
- ค่าธรรมเนียม: การบังคับคดีมีค่าใช้จ่ายและเงินวางประกันตามที่กฎหมายกำหนด ควรปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมงบประมาณส่วนนี้ไว้ด้วย
สรุป: การจะได้รับชำระหนี้คืนอย่างรบกวนจิตใจน้อยที่สุด คือการมีข้อมูลทรัพย์สินลูกหนี้ที่แม่นยำและการดำเนินการที่รวดเร็วครับ