ในโลกธุรกิจ การที่คู่ค้าผิดนัดชำระหนี้หรือการถูกเบี้ยวสัญญาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หลายบริษัทจบลงที่การ “ชนะคดีในศาล” แต่กลับ “ล้มเหลวในการได้เงินคืน” เพราะไม่มีแผนการจัดการต่อหลังจากนั้น

นี่คือเหตุผลว่าทำไมองค์กรยุคใหม่ควรมี “แผนบังคับคดี” (Execution Plan) ที่ชัดเจนเป็นของตัวเอง

1. เปลี่ยน “ตัวเลขในกระดาษ” ให้เป็น “กระแสเงินสด”

คำพิพากษาของศาลเป็นเพียงเอกสารยืนยันสิทธิ แต่เงินที่จะกลับเข้ามาในระบบบัญชีของบริษัทจริงๆ มาจากการ “บังคับคดี” ที่มีประสิทธิภาพ แผนบังคับคดีที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ทีมกฎหมายหรือทนายความรู้ทันทีว่า เมื่อศาลตัดสินแล้วต้องไปยึดทรัพย์ไหน หรืออายัดบัญชีใด ทำให้วงจรการเรียกเก็บหนี้ (Debt Collection Cycle) สั้นลง

2. ป้องกันการ “ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน”

จุดอ่อนของการบังคับคดีคือ “เวลา” ยิ่งกระบวนการล่าช้า ลูกหนี้หัวหมอยิ่งมีเวลาโอนย้ายที่ดิน เปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ หรือถอนเงินออกจากบัญชี หากบริษัทมีแผนบังคับคดีที่เริ่มต้นตั้งแต่การ “สืบทรัพย์ล่วงหน้า” ตั้งแต่เริ่มฟ้อง จะช่วยให้สามารถขอวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาเพื่อ “อายัดทรัพย์ไว้ก่อน” (Seizure before Judgment) ได้ทันท่วงที

3. ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและบริหารงบประมาณได้แม่นยำ

การบังคับคดีมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ หากไม่มีการวางแผน บริษัทอาจเสียเงินไปกับการตามสืบทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่าจริง หรือเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน การมีแผนที่ระบุลำดับความสำคัญของทรัพย์สิน (เช่น อายัดเงินเดือนก่อน แล้วค่อยยึดที่ดิน) จะช่วยให้บริษัทใช้งบประมาณฝ่ายกฎหมายได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

4. สร้างอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า

เมื่อลูกหนี้รู้ว่าบริษัทของคุณมีทีมบังคับคดีที่แข็งแกร่ง มีข้อมูลทรัพย์สินของเขาอยู่ในมือครบถ้วน และพร้อมจะยึดจริงทันทีที่จบคดี ลูกหนี้มักจะเลือก “เจรจาขอไกล่เกลี่ยชำระหนี้” แทนการดึงเรื่องให้ยาว เพราะความเสี่ยงที่จะเสียทรัพย์สินหลักของเขามีสูงมาก

5. เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพ

บริษัทที่มีระบบการจัดการหนี้ที่เป็นมาตรฐาน จะสะท้อนถึงการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาล (Governance) และความใส่ใจในผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น การปล่อยให้หนี้เสียค้างคาโดยไม่มีแผนจัดการที่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อเครดิตและตัวเลขในงบการเงินของบริษัทโดยตรง


💡 แผนบังคับคดีที่ดีควรเริ่มจากตรงไหน?

  • เริ่มตั้งแต่ก่อนทำสัญญา: ตรวจสอบฐานะทางการเงินและทรัพย์สินของคู่ค้า
  • เก็บประวัติการชำระเงิน: เลขบัญชีธนาคารที่ลูกหนี้เคยใช้โอนเงิน คือเบาะแสชั้นดีในการอายัด
  • มีพันธมิตรกฎหมายที่เชี่ยวชาญ: การสืบทรัพย์บังคับคดีเป็นงานเฉพาะทางที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความรวดเร็ว

สรุป: การมีแผนบังคับคดี ไม่ใช่เรื่องของการจองเวรลูกหนี้ แต่คือ “การรักษาสภาพคล่อง” และความอยู่รอดของบริษัทในระยะยาว เพราะในโลกธุรกิจ “ชัยชนะที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่คำพิพากษา แต่อยู่ที่การได้รับชำระหนี้คืน”